บทสัมภาษณ์
บทสัมภาษณ์ชีวิตต้องสู้
[ ข้อมูลจากนิตยสารชีวิตต้องสู้รายสัปดาห์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 224 วันที่ 8-14 มีนาคม 2540 ]

”สยามจดหมายเหตุ”
เป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับจากบุคคลระดับนักคิด นักเขียน หรือแม้แต่นักบริหารระดับ ประเทศหลายต่อหลายท่าน ว่า สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีสาระ ประโยชน์ในทุกแขนงวิชาไว้ได้อย่างครบถ้วนและมีระบบมากที่สุด กระทั่งต่างประเทศอย่าง เช่น ห้องสมุดสภาคองเกรสยังยอมรับ แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนักที่หนังสือที่ท่วมท้นไปด้วยข้อมูลที่มีคุณค่าเช่นนี้ กลับไม่เป็นที่รู้จักนักสำหรับคนไทย
ถึงวันนี้ “สยามจดหมายเหตุ” มีอายุย่างเข้าสู่ปีที่ 21 แล้ว หากถือเป็นการเดินทางก็ต้องถือว่าเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างยาวไกล แต่หากมองย้อนกลับไปในครั้งของการเริ่มต้น “สยามจดหมายเหตุ” ถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางการรุมเร้าของอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยอุดมการณ์และความตั้งใจจริง สัมฤทธิ์ มีวงศ์อุโฆษ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างและประคับประคอง ทำให้ก้าวย่างของ “สยามจดหมายเหตุ” เข้มแข็งและมั่นคงจนถึงวันนี้ได้
ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณริเริ่มที่จะจัดทำหนังสือ “สยามจดหมายเหตุ” ขึ้นมาเป็นบุคคลแรก
ทั้งหมดมันคงจะเริ่มต้นจากตอนที่ผมเรียนนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์อยู่ ผมเป็นคนที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมค่อนข้างมาก พอจบออกมาก็ตัดสินใจไม่รับราชการเพราะคิดว่า หากรับราชการจะทำให้ผมไม่มีอิสระ ต้องโยกย้ายไปตามจังหวัดต่างๆ ก็เลยมาทำงานเป็นทนาย
” เริ่มต้นมาก็ติดตามคุณชมพู อรรถจินดา ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ผมได้รับอะไรมากมาย เพราะคุณชมพูเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อสังคมเป็นอย่างมาก และท่านก็สอนให้ผมรู้จักเสียสละ และที่สำคัญท่านได้เคยปรารภกับผมว่าท่านอยากเห็นประเทศไทยมีหนังสือที่รวบรวมบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญไว้เป็นประวัติศาตร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา ที่สำคัญต้องเป็นการบันทึกเที่ยงตรง ไม่เอื้อผลประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประกอบกับตอนนั้นมีเพื่อนที่พึ่งจะสำเร็จจากเมืองนอกกเขามาเล่าให้ฟังว่า ในอังกฤษเขามีหนังสืออย่างนี้มานานกว่า 80 ปีแล้ว ตอนนั้นฟิลิปปินส์เขาก็ทำก่อนหน้าเราไปเพียงปีเดียว ผมก็เลยคิดว่าเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา น่าจะทำได้ก็เลยตัดสินใจทำ”
ในระยะการเริ่มต้นของ “สยามจดหมายเหตุ” เป็นอย่างไรบ้าง
(หัวเราะ) ในตอนนั้นปัญหาเยอะมาก เราทำงานโดยตั้งเป็นรูปบริษัท ในตอนแรกก็มีพรรคพวกหลายคนมาช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน หลังๆ ก็เริ่มล้ากันไป เพราะทุกคนต่างก็มีงานประจำ มีภาระส่วนตัวต้องรับผิดชอบ ประกอบกับตอนนั้นมีปัญหาด้านการเงินค่อนข้างมาก ตอนหลังก็เหลือผมอยู่คนเดียว ผมก็คิดว่าไหนๆ สร้างขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากให้ล้ม ก็เลยพยายามสู้ทุกทาง
ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวมาถึงปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ปัญหาที่เราเจอก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมคือเรื่องของการเงิน เราเป็นหนี้สะสม แต่ผมก็คิดว่าเป็นการทำบุญ เพราะผมคิดว่างานนี้ผมไม่ได้ทำเพื่อหากำไร ผมอยากทำเพื่อให้เป็นผลงาน ให้เป็นหนังสือที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมมากกว่า ถึงแม้จะเป็นหนี้บ้าง แต่ก็ได้ผลงาน
เชื่อว่ามีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อของ “สยามจดหมายเหตุ” แต่อาจไม่รู้จัก “สยามจดหมายเหตุ” อย่างแท้จริงมากนัก อยากให้คุณช่วยอธิบายให้ฟัง
ชื่อของ สยามจดหมายเหตุ ก็พอจะบอกได้บ้างว่าเป็นหนังสือที่น่าจะมีเนื้อหาอย่างไร แต่ก็มีบางคนที่เข้าใจความหมายผิดไปบ้าง สยามก็หมายถึงประเทศไทย ที่เราเลือกใช้คำว่า”สยาม” แทนคำว่าไทย เพราะเราคิดว่า ในแนวทางของหนังสือเป็นการจดบันทึกเรื่องราวซึ่งจะต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์ ก็เลยคิดว่าคำว่า “สยาม” ซึ่งเป็นคำโบราณน่าจะเหมาะ ส่วนคำต่อมาก็คือคำว่า “จด” และต่อมาคือคำว่า “หมายเหตุ” ถ้าแยกคำออกมาให้ชัดเจนอย่างนี้ก็คงจะทำให้มองเห็นความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น นั่นก็คือ เป็นหนังสือที่จดรวบรวมบันทึกเรื่องราว เหตุการณ์ที่มีความสำคัญ รวมไปถึงการหมายเหตุเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า
เหตุการณ์ใดบ้างที่จะถูกเลือกให้ทำการจดบันทึก
เรื่องราวที่เราจะจดบันทึกก็จะเป็นเหตุการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ก็จะมีการเก็บ บันทึกเรื่องปกิณกวิทยา เช่น ความรู้ทางการแพทย์ การศึกษา ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เรื่องราวทุกเรื่องที่ทำการบันทึกจะเป็นเรื่องที่สำคัญเท่านั้น ข่าวประเภทชาวบ้านๆ เราจะไม่เอาเลย มีเรื่องขำขันเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง มีคนเคยพูดกันว่า สยามจดหมายเหตุนี่เป็นคู่มือการเขียนประกาศปฏิวัติได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อมีการปฏิวัติสยามจดหมายเหตุก็จะบันทึกไว้ทุกครั้ง
ในด้านทีมงานผู้จัดทำหนังสือสยามจดหมายเหตุในระยะแรกและปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
ในระยะแรกก็เป็นการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่มเพื่อฝูง พรรคพวก ในปัจจุบันนี้ก็แบ่งเป็นคนทำงานประจำกับคนข้างนอกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่เขียนส่งมาให้ เช่น ในด้านต่างประเทศซึ่งเราได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในด้านความเที่ยงตรงของเนื้อหา เพราะได้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านนี้จริงๆ ส่งข่าวมาให้ ในด้านของข่าวสังคม การเมือง เราก็มีข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ช่วยเขียนส่งมาให้
สำหรับภายในสำนักงานของสยามจดหมายเหตุเอง เราก็โชคดีที่เรามีทีมงานวิชาการที่เก่งมาก ทุกคนทำงานด้วยหัวใจ อย่างเช่นคุณถิติรา มาณะวิท ซึ่งเป็นฝ่ายวิชาการ คนนี้เรียนจบอักษรศาสตร์จุฬาฯ เกียรตินิยมอันดับ 2 มา แต่รักที่จะทำงานกับเรา ทำงานกับเรามานานมาก ผมเคยถามว่าไม่อยากไปทำงานที่อื่นหรือ เขาก็บอกว่าไม่อยากไปนัก เพราะที่นี่เป็นงานที่รักจริงๆ การทำงานมันต้องอย่างนี้ ต้องเป็นทีมงาน ต้องช่วยกัน
ท่ามกลางการเติบโตที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยอุปสรรค ถึงทุกวันนี้สยามจดหมายเหตุได้รับการยอมรับแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ
ครับ เราได้รับความเชื่อถือจากห้องสมุดสภาคองเกรส ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขอลิขสิทธิ์นำเนื้อหาสาระ ทุกข้อความของสยามจดหมายเหตุไปบันทึกไว้เป็นข้อมูลสำหรับการค้นคว้าอ้างอิง โดยเก็บเข้าในระบบการเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากของเรา เพราะมีหนังสือทั่วโลกเพียงไม่กี่ฉบับเท่านั้น ที่จะได้รับความเชื่อถือ ส่วนในประเทศไทยเราก็ได้รับการยอมรับมากอยู่แล้ว
ผู้ที่ติดตามเป็นสมาชิกสยามจดหมายเหตุส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลในสาขาใด
ก็มีอยู่ในทุกๆ สาขานะครับ แต่ที่มากที่สุดคือห้องสมุดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย ห้องสมุดโรงเรียนและวิทยาลัยใหญ่ๆ แล้วก็มีสถานทูตต่างๆ แต่ส่วนใหญ่สถานทูตเหล่านี้จะไม่ได้สั่งซื้อมาในนามของสถานทูต แต่จะเป็นในนามบุคคลมากกว่า นอกจากนี้ก็มีหน่วยงานราชการนักวิชาการ นักการเมือง นักคิด นักเขียนซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนโดยมีข้อมูลในการอ้างอิง และยังมีกลุ่มที่มีความรักในหนังสือมากๆ และอยากเก็บไว้เป็นสมบัติ เป็นของเก่าที่มีคุณค่า
สยามจดหมายเหตุเป็นหนังสือที่ปราศจากการโฆษณา ตรงจุดนี้สร้างความลำบากให้มากหรือไม่
มันก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียนะครับ ข้อเสียก็คือคนที่จะรู้จักหนังสือเรามีน้อย ตลาดของเราก็ค่อนข้างแคบ เราไม่มีโฆษณามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ข้อดีของมันอยู่ที่หนังสือของเราจะเป็นการซื้อขายในระบบของการเป็นสมาชิก ในขั้นแรกของการสมัครเราจะมีแฟ้มซึ่งสวยงามและแข็งแรง สามารถเป็นเครื่องประดับบ้านได้อย่างภาคภูมิ
ในฉบับต่อๆ ไปเราก็จะทำการจัดส่งไปให้ในลักษณะของเอกสารข่าว โดยสมาชิกจะต้องนำไปรวบรวมไว้ในแฟ้ม ตรงนี้จะช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของปกได้มาก ส่วนเอกสารข่าวเราลงทุนใช้กระดาษปอนด์อย่างดี เพราะเรามองไปถึงอนาคตแล้วเราเห็นว่าเอกสารข่าวเหล่านี้ต้องเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ ถ้าเราใช้กระดาษปรู๊ฟก็อาจจะไม่คงทนถาวรเท่าที่ควร
ข้อดีที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือหนังสือเราจะไม่มีเสียเศษ คือนอกจากเราจะพิมพ์ให้ครบตามจำนวนสมาชิกแล้ว เรายังมีเหลือที่จะรวบรวมเย็บเป็นเล่มในตอนสิ้นปีอีกด้วย เพราะฉะนั้นหนังสือเราจะไม่มียอดเหลือคืน ตรงจุดนี้ก็จะช่วยเราในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน และในอีกทางหนึ่งที่เราไม่มีการโฆษณาเราก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องนี้เช่นกัน คือผมเชื่อว่าหนังสือเรามีคุณค่าจริงๆ และความมีคุณค่าของมันเมื่อได้รับการยอมรับก็จะมีการบอกต่อกันไป และความที่มีจำนวนน้อยผมมองว่าในอนาคตจะเป็นหนังสือที่หายากและมีราคา
ผ่านการทำงานมามากมาย คุณซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้สร้างมาโดยตลอด ได้อะไรตอบแทนจากการทำงานตรงนี้บ้าง
ที่ผมอยู่มาได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะว่าผมมีเป้าหมายในการทำงาน เป้าหมายที่ว่าก็คือ ผมหวังไว้ว่าถึงวันหนึ่งจะมีคนยอมรับในการทำงานของเราเอง เหมือนกับการเล่นว่าว เราต้องชักให้ว่าวติดลมบนเสียก่อนจึงจะอยู่ได้ ในตอนนี้สยามจดหมายเหตุก็อายุ 20 กว่าปีแล้ว ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานดังกล่าวเป็นผลให้ทุกวันนี้เราได้รับความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก สำหรับตัวผมเอง สิ่งที่ได้รับจากการทำงานตรงนี้ก็คงจะอยู่ที่ความภาคภูมิใจที่เราได้ทำงานให้กับส่วนรวม ได้อยู่ในฐานะของผู้ให้ และเมื่องานประสบผลสำเร็จเราก็ดีใจในความสำเร็จนั้น เมื่องานที่เราทำเกิดประโยชน์เราก็ภูมิใจในประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้น”
พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า หากมีใครสักคนหนึ่งที่ยังไม่รู้จักประเทศไทย แต่ถ้าเขาได้อ่านหนังสือ “สยามจดหมายเหตุ” เขาจะรับรู้เรื่องราวของประเทศไทยได้อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม น่าเสียดายที่ยังมีคนไทยอีกมากที่ยังไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้ แต่อย่างไรก็ตาม “สยามจดหมายเหตุ” ก็จะยังคงต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความมีคุณค่าของตนเองต่อไป




